ปัญหาปากแห้งแตก เป็นเรื่องที่หลายคนพบเจอได้บ่อย และมักจะมองข้ามสาเหตุที่แท้จริงกันไป วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงสาเหตุของปากแห้งแตกที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมทั้งวิธีการดูแลที่ถูกต้อง เพื่อให้ริมฝีปากของคุณกลับมาชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และดูสุขภาพดีอีกครั้ง
สาเหตุที่ทำให้ปากแห้งแตก
- การขาดน้ำ สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด การดื่มน้ำน้อย ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ริมฝีปากจึงสูญเสียความชุ่มชื้น
- สภาพอากาศ อากาศแห้ง หรืออากาศหนาวจัด ทำให้ความชื้นในอากาศลดลง ริมฝีปากจึงสูญเสียน้ำได้ง่าย
- การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลริมฝีปากไม่เหมาะสม ลิปสติก ลิปบาล์ม บางชนิดอาจมีส่วนผสมที่ทำให้ริมฝีปากแห้งได้
- การเลียริมฝีปากบ่อย การเลียริมฝีปากบ่อยๆ จะยิ่งทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น เพราะน้ำลายจะระเหยและดึงความชื้นออกจากริมฝีปาก
- การหายใจทางปาก การหายใจทางปากเป็นเวลานาน จะทำให้ความชื้นในปากลดลง
- การสูบบุหรี่ นิโคตินในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงริมฝีปากน้อยลง
- ภาวะขาดวิตามิน การขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินบี รวมถึงธาตุเหล็ก อาจทำให้ริมฝีปากแห้ง
- การใช้ยาบางชนิด ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ อาจมีผลข้างเคียงทำให้ปากแห้ง
- โรคบางชนิด โรคเบาหวาน โรคซิ้อร์เกน เป็นต้น อาจมีอาการปากแห้งเป็นหนึ่งในอาการแสดง
วิธีการดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายและริมฝีปากได้รับความชุ่มชื้น
- ใช้ลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ เลือกใช้ลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของ Shea butter, Vitamin E หรือ Hyaluronic acid
- หลีกเลี่ยงการเลียริมฝีปาก การเลียริมฝีปากบ่อยๆ จะยิ่งทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การเลิกบุหรี่จะช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น รวมถึงริมฝีปากก็จะชุ่มชื้นขึ้น
- ขัดผิวริมฝีปากเบาๆ การขัดผิวริมฝีปากเบาๆ ด้วยแปรงสีฟันนุ่มๆ จะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
- ทานอาหารที่มีประโยชน์ การทานอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุครบถ้วน จะช่วยบำรุงริมฝีปากให้แข็งแรง
- ปรึกษาแพทย์ หากอาการปากแห้งไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวิธีการรักษาที่เหมาะสม
การปากแห้งจริงๆแล้วมีหลากหลายสาเหตุมากกว่านี้ หากยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ก็ลองหาแพทย์เพื่อหาทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างสกินแคร์สามารถติดตามสอบถามรายละเอียดได้ที่ beautyzeeds.com




